ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ (Erectile Dysfunction; ED) พบได้มากขึ้นตามอายุ แต่ ไม่ควรถูกมองว่าเป็นเรื่องปกติของวัยที่ต้องยอมรับโดยไม่ประเมิน เพราะในผู้สูงอายุ ED มักสัมพันธ์กับโรคหลอดเลือด เบาหวาน ความดัน ไขมันในเลือด ยาบางชนิด ภาวะฮอร์โมนต่ำ โรคทางระบบประสาท หรือปัจจัยด้านจิตใจ การรักษาที่เหมาะสมจึงต้องเริ่มจากการหาสาเหตุและประเมินความปลอดภัยก่อนเลือกยา เครื่องมือ หรือหัตถการ
ผู้สูงอายุเป็น ED รักษาได้ไหม?
รักษาได้ในหลายกรณี และอายุเพียงอย่างเดียวไม่ใช่เหตุผลที่ต้องงดการรักษา แนวทางมักเริ่มจากประเมินโรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่ ความเสี่ยงหัวใจและหลอดเลือด ระดับความต้องการทางเพศ และปัญหาการแข็งตัว จากนั้นจึงเลือกการรักษา เช่น ปรับพฤติกรรม ยากลุ่ม PDE5 inhibitor, vacuum erection device, ยาฉีดเข้าอวัยวะเพศ หรือ penile prosthesis ตามข้อบ่งชี้และความเหมาะสม
ED ไม่ใช่เรื่องอายุอย่างเดียว
อายุเพิ่มความเสี่ยง แต่โรคหลอดเลือด เบาหวาน ความดัน ยา ฮอร์โมน และสุขภาพจิตมักมีส่วนร่วม จึงควรประเมินสาเหตุที่แก้ไขได้
หัวใจต้องประเมินร่วม
ED และโรคหัวใจมีปัจจัยเสี่ยงร่วมกัน โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่มีอาการเหนื่อย เจ็บหน้าอก หรือโรคหัวใจเดิม ต้องประเมินความปลอดภัยของกิจกรรมทางเพศและยา
มีหลายทางเลือก
หากยารับประทานไม่เหมาะหรือไม่ได้ผล ยังมี vacuum device, injection therapy และ penile prosthesis การเลือกขึ้นกับสาเหตุ โรคร่วม และความต้องการของผู้ป่วย
บทความนี้ตอบคำถามอะไร
- ED ในผู้สูงอายุเกิดจากอะไร และต่างจากคนอายุน้อยอย่างไร?
- ควรตรวจอะไรบ้างก่อนเริ่มรักษา?
- ยากลุ่ม PDE5 inhibitor ใช้ได้ในผู้สูงอายุหรือไม่?
- เมื่อไรต้องระวังโรคหัวใจหรือยาที่ใช้อยู่?
- Shockwave, vacuum, ยาฉีด และ penile prosthesis มีบทบาทอย่างไร?
- กรณีไหนยังไม่จำเป็นต้องรีบทำหัตถการ?
สารบัญ

หย่อนสมรรถภาพทางเพศในผู้สูงอายุคืออะไร?
ED คือภาวะที่ไม่สามารถทำให้อวัยวะเพศแข็งตัวหรือคงการแข็งตัวได้เพียงพอสำหรับกิจกรรมทางเพศที่ต้องการอย่างต่อเนื่อง ปัญหาอาจเป็นตั้งแต่แข็งตัวช้า แข็งไม่เต็มที่ แข็งได้แต่ลดลงเร็ว หรือไม่สามารถแข็งตัวได้เลย
เมื่ออายุมากขึ้น ความยืดหยุ่นของหลอดเลือด การทำงานของเยื่อบุหลอดเลือด ระบบประสาท และฮอร์โมนอาจเปลี่ยนแปลง ทำให้การแข็งตัวช้าลงหรือจำเป็นต้องมีการกระตุ้นมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การมี ED ต่อเนื่องไม่ควรสรุปว่าเป็น “เรื่องธรรมดาของวัย” เพราะอาจเป็นสัญญาณของโรคที่ควรตรวจและรักษา

สาเหตุของ ED ในผู้สูงอายุ
1. หลอดเลือดและเมตาบอลิก
เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคอ้วน และการสูบบุหรี่ส่งผลต่อการไหลเวียนเลือดและเยื่อบุหลอดเลือด ซึ่งเป็นกลไกสำคัญของการแข็งตัว
2. ระบบประสาท
โรคหลอดเลือดสมอง Parkinson’s disease, neuropathy จากเบาหวาน การบาดเจ็บไขสันหลัง หรือการผ่าตัดบริเวณอุ้งเชิงกรานและต่อมลูกหมากอาจรบกวนสัญญาณประสาทที่เกี่ยวข้องกับการแข็งตัว
3. ฮอร์โมนและความต้องการทางเพศ
ภาวะ testosterone ต่ำอาจสัมพันธ์กับความต้องการทางเพศลดลง อ่อนเพลีย หรือการแข็งตัวตอนเช้าลดลง แต่ไม่ควรวินิจฉัยจากอาการเพียงอย่างเดียว ต้องอาศัยการตรวจเลือดและการประเมินทางคลินิก
4. ยาและสุขภาพจิต
ยาบางกลุ่ม เช่น ยาลดความดันบางชนิด ยาต้านซึมเศร้า ยารักษาต่อมลูกหมาก หรือยาทางจิตเวช อาจมีผลต่อสมรรถภาพ ขณะที่ความเครียด ซึมเศร้า และความกังวลเรื่อง performance สามารถซ้ำเติม ED ได้

ED กับโรคหัวใจและหลอดเลือด: ทำไมผู้สูงอายุควรใส่ใจ?
ED และโรคหัวใจและหลอดเลือดมีปัจจัยเสี่ยงร่วมกันหลายอย่าง เช่น อายุ เบาหวาน ความดัน ไขมันสูง สูบบุหรี่ และโรคอ้วน ในผู้ชายบางราย ED อาจเกิดก่อนอาการโรคหลอดเลือดหัวใจที่ชัดเจน จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการประเมิน ED ไม่ควรจำกัดเฉพาะเรื่องเพศ
Princeton IV Consensus ระบุว่า ED โดยเฉพาะ vasculogenic ED ควรถูกมองเป็น risk marker / risk-enhancing factor ของโรคหลอดเลือด และผู้ป่วยควรได้รับการประเมินความเสี่ยงหัวใจตามความเหมาะสม โดยเฉพาะผู้ที่ยังไม่ทราบว่ามีโรคหัวใจแต่มีปัจจัยเสี่ยงหลายข้อ

แพทย์ตรวจอะไรบ้างก่อนรักษา ED ในผู้สูงอายุ?
การประเมินเริ่มจากประวัติการแข็งตัว ความต้องการทางเพศ การแข็งตัวตอนเช้า ระยะเวลาที่เป็น ED โรคประจำตัว การผ่าตัดเดิม สุขภาพจิต และรายการยาทั้งหมด จากนั้นตรวจร่างกายตามความเหมาะสม เช่น ความดัน ชีพจร ลักษณะอวัยวะเพศ ลูกอัณฑะ และสัญญาณของโรคหลอดเลือดหรือฮอร์โมน
การตรวจเลือดมักพิจารณาตามความเสี่ยง เช่น น้ำตาลหรือ HbA1c, ไขมันในเลือด และ testosterone ตอนเช้าเมื่อมีข้อบ่งชี้ การตรวจอื่น เช่น thyroid function, prolactin หรือการประเมินต่อมลูกหมาก ไม่จำเป็นต้องทำเหมือนกันทุกคน แต่เลือกตามประวัติและอาการ
Penile Doppler Ultrasound จำเป็นทุกคนหรือไม่?
ไม่จำเป็น การตรวจ Doppler มักใช้ในรายที่ต้องการประเมิน hemodynamics ของอวัยวะเพศเพิ่มเติม เช่น สงสัย vasculogenic ED ที่ซับซ้อน การตอบสนองต่อการรักษาไม่ชัดเจน หรือกำลังวางแผนการรักษาบางชนิด

การรักษาหย่อนสมรรถภาพทางเพศในผู้สูงอายุ
1. ปรับปัจจัยเสี่ยงและรักษาโรคประจำตัว
การควบคุมเบาหวาน ความดัน ไขมัน น้ำหนัก การหยุดสูบบุหรี่ ออกกำลังกายตามสภาพร่างกาย และนอนหลับให้เพียงพอมีผลต่อสุขภาพหลอดเลือดโดยรวมและอาจช่วยการตอบสนองต่อการรักษา ED ได้ การปรับยาที่อาจมีผลต่อสมรรถภาพควรทำร่วมกับแพทย์ผู้สั่งยา ไม่ควรหยุดยาเอง
2. ยากลุ่ม PDE5 inhibitor
ยากลุ่มนี้ เช่น sildenafil, tadalafil, vardenafil หรือ avanafil เป็นหนึ่งใน first-line options สำหรับ ED หลายราย โดยช่วยเพิ่มการตอบสนองต่อ nitric oxide เมื่อมีการกระตุ้นทางเพศ ไม่ใช่ “ยาปลุกอารมณ์” และไม่ทำให้อวัยวะเพศแข็งเองโดยไม่มีการกระตุ้น
ในผู้สูงอายุ แพทย์จะพิจารณาโรคหัวใจ ความดัน การทำงานของไต/ตับ และยาร่วมก่อนเลือกชนิดและขนาดยา ผลข้างเคียงที่พบได้ ได้แก่ ปวดศีรษะ หน้าแดง คัดจมูก แสบร้อนกลางอก เวียนศีรษะ หรือการมองเห็นผิดปกติบางแบบ ขึ้นกับชนิดยา
3. Vacuum Erection Device (VED)
อุปกรณ์สุญญากาศช่วยดึงเลือดเข้าสู่อวัยวะเพศ และใช้ constriction ring ช่วยคงการแข็งตัว เหมาะกับบางรายที่ใช้ยาไม่ได้หรือไม่ต้องการยา ข้อจำกัดคืออาจเกิดช้ำ ปวด ความรู้สึกเย็น หรือความไม่เป็นธรรมชาติของการแข็งตัว และต้องเรียนรู้วิธีใช้ให้ถูกต้อง
4. Intracavernosal Injection
ยาฉีดเข้า corpora cavernosa เช่น alprostadil หรือสูตรผสมที่แพทย์พิจารณา สามารถช่วยให้เกิดการแข็งตัวได้แม้ยารับประทานไม่ได้ผล แต่ต้องได้รับการสอนวิธีฉีดและปรับขนาดยาเพื่อลดความเสี่ยงเลือดออก พังผืด และ priapism
5. Penile Prosthesis
การใส่แกนอวัยวะเพศเทียมเป็นทางเลือกสำหรับ ED ที่ไม่ตอบสนอง ไม่เหมาะกับ หรือไม่พึงพอใจกับวิธีที่ไม่ผ่าตัด มีทั้งชนิด inflatable และ malleable การตัดสินใจต้องชั่งประโยชน์กับความเสี่ยง เช่น การติดเชื้อ ปัญหากลไก และความเสี่ยงจากการผ่าตัด
ตารางเปรียบเทียบแนวทางรักษา ED ในผู้สูงอายุ
| วิธี | เหมาะกับใคร | ข้อดี | ข้อจำกัด/ความเสี่ยง |
|---|---|---|---|
| ปรับปัจจัยเสี่ยง | ควรทำเกือบทุกราย | ช่วยสุขภาพหัวใจและโรคร่วม | ผลต่อ ED อาจไม่เพียงพอหากเป็นมาก |
| PDE5 inhibitor | ED หลายสาเหตุเมื่อไม่มีข้อห้าม | ไม่รุกราน ใช้งานสะดวก | ห้ามใช้กับ nitrate; มีผลข้างเคียงและอาจไม่ได้ผลทุกคน |
| Vacuum device | ใช้ยาไม่ได้/ไม่ต้องการยา | ไม่ใช้ยาระบบ | ช้ำ ปวด ความรู้สึกไม่ธรรมชาติ ต้องใช้ ring อย่างถูกต้อง |
| ยาฉีด ICI | ยาเม็ดไม่ได้ผลหรือมีข้อห้าม | ประสิทธิภาพสูงในหลายราย | ต้องฝึกฉีด; เสี่ยง priapism พังผืด เลือดออก |
| Penile prosthesis | ED รุนแรง/รักษาวิธีอื่นไม่สำเร็จ | ควบคุมการแข็งตัวได้สม่ำเสมอ | เป็นการผ่าตัด มีความเสี่ยงติดเชื้อและปัญหากลไก |
Shockwave Therapy ในผู้สูงอายุ: มีบทบาทแค่ไหน?
Low-intensity shockwave therapy (LI-SWT) ถูกศึกษาในผู้ป่วย vasculogenic ED บางกลุ่ม โดยมีข้อมูลว่าช่วยคะแนน erectile function ดีขึ้นได้ในบางราย แต่ผลการศึกษายังแตกต่างกันตามชนิดเครื่อง พลังงาน จำนวนช็อต และโปรโตคอล จึงไม่ควรนำเสนอว่าเป็นการ “สร้างเส้นเลือดใหม่แล้วรักษาหายถาวร”
แนวทาง EAU ให้คำแนะนำระดับ weak สำหรับ LI-SWT ในผู้ป่วย vasculogenic ED บางกลุ่ม และไม่ใช่ตัวเลือกที่แทนการประเมินโรคหัวใจ เบาหวาน ฮอร์โมน หรือยาที่เป็นสาเหตุได้

ฮอร์โมนเพศชาย: ผู้สูงอายุที่เป็น ED ต้องฉีด testosterone หรือไม่?
ไม่จำเป็นทุกคน Testosterone replacement therapy ควรพิจารณาเมื่อมีอาการที่สอดคล้องและมีผลตรวจยืนยันภาวะ testosterone ต่ำตามเกณฑ์ ไม่ควรให้เพียงเพราะอายุมากหรือมี ED อย่างเดียว เพราะ ED มักมีสาเหตุจากหลอดเลือดและโรคร่วมมากกว่า
ก่อนเริ่มฮอร์โมน แพทย์ต้องประเมินข้อห้าม ความเสี่ยง และแผนติดตาม เช่น hematocrit และสุขภาพต่อมลูกหมากตามความเหมาะสม ผู้ที่มี testosterone ปกติไม่ควรคาดหวังว่าการเสริมฮอร์โมนจะรักษา ED ได้โดยตรง

กรณีที่ยังไม่จำเป็นต้องทำหัตถการทันที
- เพิ่งเริ่มมีอาการและมีปัจจัยชัดเจน เช่น นอนไม่พอ ความเครียด หรือมีการเปลี่ยนยาที่อาจเกี่ยวข้อง โดยยังไม่ได้ประเมินสาเหตุ
- โรคประจำตัวยังควบคุมไม่ดี เช่น เบาหวานหรือความดัน และควรปรับการรักษาพื้นฐานก่อน
- ยังไม่เคยลอง first-line treatment ที่เหมาะสมหรือใช้ยาไม่ถูกวิธี
- มีความกังวลเรื่อง performance เป็นหลักและการแข็งตัวในสถานการณ์อื่นยังปกติ ซึ่งอาจได้ประโยชน์จาก psychosexual counseling
- มีโรคหัวใจที่ยังไม่คงที่หรือความเสี่ยงต่อกิจกรรมทางเพศยังไม่ชัด ควรประเมินหัวใจก่อน
สิ่งที่ไม่ควรทำเอง
- ซื้อ sildenafil/tadalafil หรือ “ยาเพิ่มสมรรถภาพ” จากแหล่งที่ไม่ทราบตัวยา โดยเฉพาะหากใช้ nitrate หรือยาหัวใจหลายชนิด
- หยุดยาความดัน ยาซึมเศร้า หรือยาต่อมลูกหมากเองเพราะสงสัยว่าเป็นสาเหตุของ ED
- ฉีดยาเข้าอวัยวะเพศหรือปรับขนาดยา ICI เองโดยไม่ได้รับการสอนจากแพทย์
- ใช้ testosterone หรือฮอร์โมนโดยไม่มีผลตรวจยืนยันและไม่มีการติดตาม
- เชื่อคำโฆษณาว่า shockwave, PRP, stem cell หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร “รักษา ED หายถาวร” โดยไม่ดูคุณภาพหลักฐาน
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย
“อายุมากแล้ว ED เป็นเรื่องปกติ”
อายุเพิ่มความเสี่ยง แต่ ED ต่อเนื่องอาจสะท้อนโรคหลอดเลือด เบาหวาน หรือปัญหาอื่นที่ควรตรวจ
“ยา ED กระตุ้นความต้องการทางเพศ”
PDE5 inhibitor ช่วยกลไกการแข็งตัวเมื่อมีการกระตุ้นทางเพศ ไม่ได้เพิ่ม libido โดยตรง
“ทุกคนต้องตรวจ Doppler”
ไม่จำเป็น การตรวจเฉพาะทางใช้เมื่อมีข้อบ่งชี้จากประวัติและแผนการรักษา
“Shockwave เหมาะกับผู้สูงอายุทุกคน”
ไม่จริง ข้อมูลสนับสนุนเฉพาะบางกลุ่มของ vasculogenic ED และคำแนะนำยังมีข้อจำกัด

เมื่อไรควรพบแพทย์?
ควรพบแพทย์เมื่อ ED เกิดซ้ำต่อเนื่อง รบกวนชีวิตคู่หรือคุณภาพชีวิต มีความต้องการทางเพศลดลงชัดเจน หรือมีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดัน โรคหัวใจ ไต หรือโรคทางระบบประสาท การประเมินเร็วช่วยค้นหาสาเหตุและปรับการรักษาได้ตรงจุด
สรุป: ED ในผู้สูงอายุรักษาอย่างไรให้เหมาะสม?
การรักษาที่ดีไม่ใช่เลือก “วิธีแรงที่สุด” แต่คือ ประเมินสาเหตุ โรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่ ความเสี่ยงหัวใจ และเป้าหมายของผู้ป่วยก่อน ผู้สูงอายุจำนวนมากสามารถใช้ยาหรือทางเลือกอื่นได้อย่างเหมาะสมเมื่อไม่มีข้อห้าม ส่วนรายที่รักษาวิธีพื้นฐานไม่ได้ผลยังมี vacuum device, injection therapy และ penile prosthesis เป็นทางเลือก
หากอาการ ED เพิ่งเกิดขึ้นหรือรุนแรงขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อมีเบาหวาน ความดัน ไขมันสูง หรือโรคหัวใจ การตรวจสุขภาพโดยรวมมีความสำคัญพอ ๆ กับการรักษาเรื่องการแข็งตัว
อ่านต่อเรื่อง ED
Hub รวมสาเหตุ การประเมิน และแนวทางรักษา ED ในมุมแพทย์
ข้อมูลบริการและแนวทางประเมินภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ
ประวัติแพทย์และข้อมูลผู้ทบทวนบทความ
เอกสารอ้างอิงทางการแพทย์
- European Association of Urology (EAU). Management of Erectile Dysfunction. https://uroweb.org/guidelines/sexual-and-reproductivehealth/chapter/management-of-erectile-dysfunction
- Kloner RA, et al. Princeton IV consensus guidelines: PDE5 inhibitors and cardiac health. Journal of Sexual Medicine. https://academic.oup.com/jsm/article/21/2/90/7499332
- American Urological Association. Erectile Dysfunction Guideline. https://www.auanet.org/guidelines-and-quality/guidelines/erectile-dysfunction-(ed)-guideline
- NHS. Erection problems (erectile dysfunction). https://www.nhs.uk/conditions/erection-problems-erectile-dysfunction/
คำถามพบบ่อย
ผู้ชายอายุ 60–70 ปี ยังรักษา ED ได้หรือไม่?
ได้ อายุอย่างเดียวไม่ใช่ข้อห้าม การรักษาต้องดูโรคหัวใจ ความดัน เบาหวาน ไต ตับ รายการยา และความปลอดภัยของกิจกรรมทางเพศร่วมด้วย
ผู้สูงอายุใช้ sildenafil หรือ tadalafil ได้ไหม?
ใช้ได้ในหลายรายเมื่อไม่มีข้อห้าม แต่ต้องประเมินยาร่วม โดยเฉพาะ nitrate และพิจารณาการทำงานของไต/ตับ รวมถึงโรคหัวใจ
ED ในผู้สูงอายุแปลว่า testosterone ต่ำเสมอไหม?
ไม่เสมอ สาเหตุจากหลอดเลือด เบาหวาน ยา และระบบประสาทพบได้บ่อยกว่า การวินิจฉัย testosterone ต่ำต้องอาศัยอาการและผลตรวจเลือดที่เหมาะสม
Shockwave รักษา ED ในผู้สูงอายุได้ถาวรไหม?
ยังไม่ควรสรุปเช่นนั้น LI-SWT มีข้อมูลใน vasculogenic ED บางกลุ่ม แต่ผลต่างกันระหว่างโปรโตคอล และแนวทาง EAU ให้คำแนะนำระดับ weak
ถ้ายาเม็ดไม่ได้ผล ยังมีทางเลือกอะไร?
อาจพิจารณา vacuum erection device, intracavernosal injection หรือ penile prosthesis หลังประเมินสาเหตุและข้อดีข้อเสียของแต่ละวิธี
ข้อมูลทางการแพทย์และการทบทวนเนื้อหา
บทความนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้เรื่อง ED ในผู้สูงอายุ โดยเน้นการแยกสาเหตุ การประเมินโรคร่วมและความเสี่ยงหัวใจ ตลอดจนข้อดี ข้อจำกัด และความเสี่ยงของแต่ละทางเลือก ข้อมูลนี้ ไม่ใช้แทนการตรวจ วินิจฉัย หรือสั่งการรักษาเฉพาะบุคคล
ทบทวนโดย หมอเบียร์ นพ.สืบพงษ์ เอ่งฉ้วน
แพทย์เฉพาะทางศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา (Urology) เลข ว. 29458
มีปัญหาการแข็งตัวหรือโรคประจำตัวร่วม?
หาก ED เกิดซ้ำต่อเนื่อง หรือมีเบาหวาน ความดัน โรคหัวใจ หรือใช้ยาหลายชนิด ควรให้แพทย์ประเมินสาเหตุและความปลอดภัยก่อนเลือกวิธีรักษา


ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเพิ่มความยาวอวัยวะเพศ
ทำไมเรื่องการเพ
โรคประจำตัวที่สัมพันธ์กับหย่อนสมรรถภาพทางเพศ
ปัญหาส่วนใหญ่ที
วิธีเพิ่มขนาดแบบธรรมชาติและการแพทย์ แบบไหนปลอดภัยกว่า
ทำไมผู้ชายถึงสน