สังคมไทยมักมีความเชื่อว่าผู้ชายที่ “ทำหมัน” แล้ว จะหมดสมรรถภาพทางเพศ หรือผู้หญิงที่ทำหมันก็จะอ้วนขึ้นผิดหูผิดตา ซึ่งชุดความคิดเหล่านี้ ไม่เป็นความจริง บทความนี้จะชวนมาเช็กความจริงเกี่ยวกับการทำหมันทั้ง ชาย และหญิง มีกี่วิธี? และต่างกันอย่างไร? แล้วแบบไหนดีกว่ากัน เกิดประเด็นถกเถียงกันในโลกออนไลน์เมื่อไม่นานมานี้ กับหัวข้อที่ว่า ระหว่างผู้ชายกับผู้หญิง หาก “ทำหมัน” แล้ว เพศใดจะลำบากกว่ากัน ทั้งในเรื่องการพักฟื้น และค่าใช้จ่าย นำมาซึ่งการแห่แชร์ข้อมูลเกี่ยวกับการ “ทำหมัน” ในมิติต่าง ๆ อย่างน่าสนใจ ทั้งนี้เพื่อเป็นการคลายข้อสงสัย และเป็นข้อมูลสำหรับผู้ที่สนใจเกี่ยวกับเรื่องการคุมกำเนิด
ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจว่า “การทำหมัน” หรือ Sterilization คือ หนึ่งในวิธีการคุมกำเนิดที่ได้ผลดีที่สุด เนื่องจากเป็นการคุมกำเนิดแบบถาวร ทำได้ทั้งผู้ชาย และผู้หญิง มีโอกาสกลับมาตั้งครรภ์เพียง 0.15% เท่านั้น ซึ่งการทำหมันของทั้งสองเพศย่อมมีความแตกต่างกันตามสรีระของร่างกาย “หมอเบียร์” จึงได้รวบรวม และสรุปข้อมูลเกี่ยวกับการทำหมันทั้งในผู้ชาย และผู้หญิง มาให้แล้วครับ
การทำหมันสำหรับผู้ชาย
การทำหมันสำหรับผู้ชาย มี 2 วิธี ดังนี้
- วิธีที่ 1 การทำหมันชายแบบดั้งเดิม ฉีดยาชาบริเวณหนังอัณฑะส่วนที่บางที่สุด เปิดแผลเพื่อผูก และตัดท่ออสุจิทั้งสองข้าง ตรวจดูว่ามีเลือดออกหรือไม่ จากนั้นจึงเย็บแผล
- วิธีที่ 2 การทำหมันแบบเจาะ ใช้เครื่องมือเจาะบริเวณผิวหนังเพื่อหาท่อทางเดินอสุจิ จากนั้นทำการผูก และตัดท่อทางเดินเชื้ออสุจิ วิธีนี้แผลจะมีขนาดเล็ก ไม่จำเป็นต้องเย็บ
โดยการทำหมันทั้ง 2 แบบ เมื่อทำเสร็จแล้วสามารถกลับบ้านได้เลย ไม่ต้องพักฟื้นที่โรงพยาบาล แต่อาจมีผลข้างเคียง เช่น ปวด บวม บริเวณแผลหลังผ่าตัด แต่จะหายเองภายใน 7 วัน ขณะเดียวกันก็อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนทางจิตใจว่าอาจหมดสมรรถภาพทางเพศ ซึ่งหากอาการดังกล่าวยังไม่หายไปก็จำเป็นต้องพบแพทย์ และต้องกลับไปตัดไหมเมื่อการทำหมันครบ 7 วัน
ข้อปฏิบัติหลังการทำหมันชาย
- พักผ่อนอย่างน้อย 1-2 วัน สามารถทำงานได้แต่ยังออกกำลังหนักๆ ไม่ได้
- ช่วง 7 วันแรก ต้องระวังไม่ให้แผลเปียกน้ำ หากเปียกต้องรีบเช็ดให้แห้ง
- งดมีเพศสัมพันธ์อย่างน้อย 10 วัน เพราะอาจทำให้ไหมที่ผูกปลายท่ออสุจิหลุด
การทำหมันสำหรับผู้หญิง
ทำหมันสำหรับผู้หญิง มี 2 วิธี ดังนี้
- วิธีที่ 1 ทำหมันแห้ง คือ การทำหมันหลังคลอด ทำในช่วง 24-48 ชั่วโมงหลังคลอด แต่ไม่ควรเกิน 7 วันหลังคลอด โดยการผ่าตัดใต้สะดือ ขนาดแผลยาวประมาณ 2-5 ซม. เพื่อหาท่อนำไข่ จากนั้นผูกท่อนำไข่และตัดท่อนำไข่บางส่วนออกทั้งสองข้าง
- วิธีที่ 2 ทำหมันเปียก คือ การทำหมันเวลาใดก็ได้ ทำโดยการผ่าตัดทางหน้าท้องเหนือกระดูกหัวหน่าวเล็กน้อย และใช้วิธีผูก และตัดท่อนำไข่ และจำเป็นต้องใช้ยาสลบ มักไม่ค่อยได้รับความนิยมเนื่องจากมดลูกอยู่ในอุ้งเชิงกราน จึงทำให้หาท่อนำไข่ได้ยากกว่าหลังคลอดบุตร และผ่าตัดได้ยากกว่า
การทำหมันทั้ง 2 แบบ จำเป็นต้องพักฟื้นที่โรงพยาบาล 1-3 วัน (สำหรับผู้ที่ทำหมันเปียกต้องพักฟื้นหลังคลอดเพิ่ม) มีค่าใช้จ่ายโดยประมาณ 3,000 – 15,000 บาท แตกต่างกันไปตามโรงพยาบาล และคลินิกที่เข้ารับบริการ ด้านผลข้างเคียง หลังการใช้ยาสลบเพื่อผ่าตัด อาจทำให้รู้สึกคลื่นไส้ หรือเหนื่อย ประมาณ 2 วัน
หลังจากการผ่าท้องอาจรู้สึกเจ็บแผลที่ท้อง และอวัยวะข้างเคียงภายในอาจได้รับบาดเจ็บร่วม เช่น มดลูก กระเพาะปัสสาวะ และลำไส้ อาจใช้เวลาประมาณ 7 วัน จะหายเป็นปกติ รวมถึงการมีอาการปวดท้องน้อย หากครบกำหนดแล้วยังมีอาการอยู่จำเป็นต้องพบแพทย์
ข้อปฏิบัติหลังการทำหมันหญิง
- สัปดาห์แรกหลังทำหมันยังไม่ควรให้แผลโดนน้ำ และไม่ควรอาบน้ำร้อน
- หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักๆ หรือกิจกรรมที่ใช้แรงเยอะ เช่น ยกของหนัก
- งดมีเพศสัมพันธ์อย่างน้อย 6-8 สัปดาห์ หรือตามแพทย์แนะนำ
- สามารถทานยาแก้ปวดได้ตามอาการ แต่หากมีอาการเยอะผิดปกติควรไปพบแพทย์
ผู้ชายทำหมันชาย กับ ผู้หญิงทำหมัน ต่างกันอย่างไร
เมื่อภรรยาสุดที่รักได้เสียสละอุ้มท้องถึง 9 เดือน ยังไม่รวมความเจ็บปวดในการคลอดและเมื่อถึงเวลาที่ต้องป้องกัน ผู้ชายควรจะทำหมันเพื่อคุณภรรยา ไม่ใช่เป็นเพียงแค่การแบ่งเบาความเจ็บปวด แต่การที่ผู้ชายทำหมันนั้น ทั้งง่ายและมีความเสี่ยงต่ำกว่าผู้หญิง ไปดูกันครับ ว่าการทำหมันชายนั้นมีข้อดีอย่างไรบ้าง
- เป็นการคุมกำเนิดที่มีประสิทธิภาพสูง
- ความเสี่ยงต่ำกว่าการทำหมันหญิง
- ไม่มีผลต่อสมรรถภาพทางเพศ
- ค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการทำหมันหญิง
- ทำง่าย ใช้เวลาในการผ่าตัดน้อย
- ไม่จำเป็นต้องดมยาสลบ
- มีโอกาสสำเร็จถึง 99%
สรุป ทำหมันชาย กับ ทำหมันหญิงต่างกันอย่างไร
การทำหมัน เป็นวิธีคุมกำเนิดแบบถาวร ทั้งวิธีการทำหมันชายหรือทำหมันหญิง แต่มีข้อแตกต่างที่สำคัญอย่างยิ่ง การทำหมันชาย สะดวก ประหยัด และประสิทธิภาพสูงกว่าการทำหมันหญิง ดังนั้นไม่ต้องลังเลเลย แม้ว่าการทำหมันตามวิธีข้างต้น จะยังสามารถแก้ไขได้ในภายหลังหากต้องการมีบุตร แต่ก็ถือว่าเป็นเรื่องยาก และในบางกรณีก็ไม่สามารถแก้หมันได้
ดังนั้นสำหรับผู้ที่ต้องการทำหมันจำเป็นต้องศึกษาข้อมูลให้รอบด้าน วางแผนครอบครัว และปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาตามมาในอนาคต สามารถติดต่อคลินิกหมอเบียร์ได้ที่สาขาใกล้บ้านท่าน หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมผ่านทาง Line ของทางคลินิกได้เลยครับ
ปัญหาหนังหุ้มปลาย ขลิบกับหมอเบียร์ช่วยคุณได้
เรื่องที่ทำเอาค
หมอเบียร์ นายแพทย์สืบพงษ์ เอ่งฉ้วน เจ้าพ่อเรื่องกระจู๋
ถ้าพูดถึงเรื่อง
หมอเบียร์ กับเส้นทางสู่การเป็นหมอกระจู๋
บทความนี้ เราจะ