การฉีดพาราฟิน ซิลิโคนเหลว วาสลีน น้ำมัน หรือสารที่ไม่ได้ออกแบบสำหรับการเพิ่มขนาดอวัยวะเพศ อาจทำให้เกิดก้อน พังผืด การอักเสบ แผลติดเชื้อ หรือเนื้อตายในบางราย และเมื่อรูปลักษณ์หรือการใช้งานเปลี่ยนไป ผู้ป่วยบางคนอาจมีความเครียด ความอับอาย หรืออาการซึมเศร้าร่วมด้วย จึงควรประเมินทั้งร่างกายและสุขภาพจิตโดยไม่ตีตรา
“จู๋เน่า” เป็นภาษาพูด ไม่ใช่คำวินิจฉัย สิ่งที่พบจริงอาจเป็น foreign-body granuloma หรือ paraffinoma, พังผืด, ผิวหนังแข็งผิดรูป, แผลเรื้อรัง, การติดเชื้อ หรือเนื้อตาย การรักษาไม่มีสูตรเดียวและไม่ได้ขึ้นกับว่า “ฉีดมาน้อยหรือมาก” อย่างเดียว แต่ขึ้นกับชนิดสาร ขอบเขตโรค สภาพผิวหนัง การติดเชื้อ และผลต่อการแข็งตัวหรือการปัสสาวะ
ด้านจิตใจ ความเจ็บปวด รูปลักษณ์ที่เปลี่ยนไป และความกังวลเรื่องเพศสัมพันธ์อาจเพิ่มความเครียดหรืออาการซึมเศร้าในบางราย แต่ไม่ควรเหมารวมว่าผู้ป่วยทุกคนจะเป็นโรคซึมเศร้า การวินิจฉัยต้องประเมินโดยแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญสุขภาพจิต
บทความนี้ตอบคำถามอะไร
- สารอะไรที่มักถูกฉีดเพื่อเพิ่มขนาด และทำไมจึงเกิดปัญหา?
- อาการแบบไหนเป็นเพียงก้อนหรือพังผืด และอาการแบบไหนควรรีบพบแพทย์?
- ผลกระทบทางจิตใจเกิดขึ้นได้อย่างไร และเมื่อไรควรขอความช่วยเหลือ?
- การผ่าตัดเอาสารออกมีแบบใดบ้าง และเหตุใดบางรายต้องปลูกถ่ายผิวหนังหรือใช้ flap?
- สิ่งใดไม่ควรทำเอง เพราะอาจทำให้แผลและการติดเชื้อรุนแรงขึ้น?

อันตรายจากการฉีดสารแปลกปลอมเข้าสู่อวัยวะเพศชาย
จุดเริ่มต้นของปัญหามักมาจากความต้องการเพิ่มขนาดอย่างรวดเร็ว จึงเลือกฉีดสารที่หาได้ง่ายหรือรับบริการจากผู้ที่ไม่สามารถระบุชนิดสารและมาตรฐานการฉีดได้ชัดเจน ปัญหาคือสารบางชนิดไม่สลายตัวตามธรรมชาติและกระตุ้นให้ร่างกายเกิดการอักเสบเรื้อรัง ก้อนแข็ง และพังผืดได้ แม้เวลาจะผ่านไปหลายเดือนหรือหลายปี
งาน systematic review ที่รวบรวมผู้ป่วยจากหลายรายงานพบอาการที่พบบ่อย เช่น ปวด บวม และอวัยวะเพศผิดรูป ขณะที่บางรายมีแผล การติดเชื้อ lymphoedema หรือเนื้อตาย และผู้ป่วยจำนวนมากในรายงานเหล่านั้นต้องใช้การผ่าตัดเพื่อเอาเนื้อเยื่อผิดปกติออก อย่างไรก็ตาม ตัวเลขจากผู้ป่วยที่มารักษาในโรงพยาบาลไม่ควรนำไปตีความว่า “ทุกคนที่เคยฉีดจะต้องผ่าตัด” เพราะความรุนแรงต่างกันในแต่ละคน

สารแปลกปลอมที่มักถูกนำมาฉีด
พาราฟิน / mineral oil
มีรายงานสัมพันธ์กับ paraffinoma หรือ sclerosing lipogranuloma ซึ่งทำให้เกิดก้อนอักเสบและพังผืดเรื้อรัง
ซิลิโคนเหลว
การฉีดซิลิโคนเหลวเพื่อเพิ่มขนาดโดยไม่มีข้อบ่งชี้และมาตรฐานที่เหมาะสมอาจเกิดก้อน การเคลื่อนตัวของสาร แผล และการอักเสบเรื้อรัง
วาสลีน / น้ำมันพืช / น้ำมันมะกอก
เป็นสารที่ไม่ได้ออกแบบเพื่อฉีดเข้าเนื้อเยื่ออวัยวะเพศ และมีรายงาน foreign-body reaction หลังการฉีด
สารไม่ทราบชนิด
หากผู้ป่วยไม่ทราบว่าถูกฉีดสารอะไร ควรแจ้งแพทย์ตามจริง รวมถึงเวลาที่ฉีด ปริมาณโดยประมาณ และบริเวณที่ฉีด

ทำไมการฉีดสารแปลกปลอมจึงเป็นอันตราย
เมื่อร่างกายไม่สามารถกำจัดสารได้ตามปกติ ระบบภูมิคุ้มกันอาจพยายามล้อมสารนั้นไว้ เกิด macrophage และ foreign-body giant cell response ตามด้วยการสร้างพังผืด ก้อนแข็ง และความผิดรูป การอักเสบเรื้อรังยังทำให้ผิวหนังเปราะหรือมีแผลได้ ขณะที่การติดเชื้อหรือเลือดไปเลี้ยงเนื้อเยื่อไม่เพียงพออาจทำให้เกิดเนื้อตายในกรณีรุนแรง
- อักเสบเรื้อรังและก้อนพังผืด: คลำเป็นไต แข็ง ผิวไม่เรียบ หรือเจ็บเมื่อแข็งตัว
- สารกระจายตัว: อาจลามไปโคนอวัยวะเพศ ถุงอัณฑะ หรือหัวหน่าว ทำให้การผ่าตัดซับซ้อนขึ้น
- ติดเชื้อ: แดง ร้อน บวม ปวด หนอง มีกลิ่น หรือมีไข้
- แผลและเนื้อตาย: ผิวคล้ำ ดำ แผลเปิด หรือปวดรุนแรง เป็นสัญญาณที่ควรได้รับการประเมินเร็ว

ผลกระทบทางจิตใจกับความมั่นใจที่พังทลาย
ในต้นฉบับมีการพูดถึงความรู้สึก “สูญเสียความเป็นชาย” ความอับอาย การโทษตัวเอง และการหลีกเลี่ยงความสัมพันธ์ ประเด็นเหล่านี้มีความสำคัญ แต่ควรอธิบายโดยไม่ตีตรา เพราะคุณค่าของคนไม่ได้ขึ้นกับรูปลักษณ์หรือขนาดอวัยวะเพศ และความรู้สึกหลังเกิดภาวะแทรกซ้อนแตกต่างกันในแต่ละคน
ผู้ป่วยบางคนกังวลว่าคู่นอนจะเห็นแผลหรือความผิดรูป บางคนหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์เพราะเจ็บหรือกลัวการแข็งตัว และบางคนไม่กล้าพบแพทย์เพราะอาย การพูดคุยแบบไม่ตัดสินและอธิบายทางเลือกการรักษาตามจริง ช่วยให้ผู้ป่วยกลับมามีส่วนร่วมในการตัดสินใจได้ดีขึ้น

ผลกระทบทางจิตใจกับความเสี่ยงภาวะโรคซึมเศร้า
ความเครียดต่อเนื่องจากความเจ็บปวด แผล การรักษาหลายครั้ง ปัญหาเพศสัมพันธ์ หรือความกังวลเรื่องรูปลักษณ์ อาจสัมพันธ์กับอารมณ์ซึมเศร้าได้ในบางราย แต่ไม่ควรใช้รายการอาการไม่กี่ข้อเพื่อวินิจฉัยตนเอง หากมีอาการต่อเนื่องหรือกระทบการใช้ชีวิต ควรประเมินโดยแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญสุขภาพจิต
- เบื่อหรือหมดความสนใจในสิ่งที่เคยชอบ
- นอนไม่หลับหรือนอนมากผิดปกติ
- รู้สึกผิด ไร้ค่า หรือสิ้นหวัง
- สมาธิลดลง ทำงานหรือใช้ชีวิตประจำวันยากขึ้น
- มีความคิดทำร้ายตัวเองหรือไม่อยากมีชีวิตอยู่

แนวทางการรักษาโดยวิธีผ่าตัดเอาสารแปลกปลอมออก
ต้นฉบับแบ่งเป็น “ฉีดมาน้อย” กับ “ฉีดมามาก” ซึ่งเข้าใจง่าย แต่ในทางปฏิบัติแพทย์ต้องประเมินมากกว่าปริมาณสาร เช่น ตำแหน่งและขอบเขตของก้อน สภาพผิวหนัง การมีแผลหรือติดเชื้อ และว่าสารกระจายไปบริเวณใด ดังนั้นวิธีผ่าตัดจึงต้องเลือกเป็นรายบุคคล
วิธีที่ 1 ก้อนหรือพังผืดอยู่จำกัดบริเวณ
หากเนื้อเยื่อผิดปกติอยู่เฉพาะจุดและมีผิวหนังที่ยังใช้ปิดแผลได้ แพทย์อาจพิจารณาตัดก้อนหรือเนื้อเยื่อผิดปกติออกบางส่วนหรือทั้งหมดเท่าที่ปลอดภัย แล้วเย็บปิดแผลโดยตรง วิธีนี้ใกล้เคียงกับแนวคิดเดิมของ “ฉีดมาน้อย” แต่เกณฑ์สำคัญคือขอบเขตโรคและสภาพเนื้อเยื่อ ไม่ใช่ปริมาณสารเพียงอย่างเดียว
วิธีที่ 2 พังผืดหรือผิวหนังเสียหายเป็นบริเวณกว้าง
ถ้าสารกระจายกว้าง ผิวหนังแข็งหนา มีแผลเรื้อรัง หรือจำเป็นต้องตัดผิวหนังที่ผิดปกติออกจำนวนมาก อาจต้องใช้ skin graft หรือ flap reconstruction เพื่อปิดแผล งาน systematic review รายงานวิธีตั้งแต่ excision และ primary closure ไปจนถึง split-thickness skin graft และ scrotal flap โดยบางรายต้องผ่าตัดมากกว่าหนึ่งครั้ง
| สถานการณ์ | แนวทางที่อาจพิจารณา | ข้อจำกัดที่ต้องคุยก่อนรักษา |
|---|---|---|
| ก้อนจำกัดบริเวณ ผิวหนังยังดี | Local excision / primary closure | อาจยังเหลือพังผืดหรือสารที่กระจายลึกบางส่วน |
| ผิวหนังผิดปกติเป็นบริเวณกว้าง | Wide excision | อาจปิดแผลตรงไม่ได้ ต้องวางแผน reconstruction |
| มีเนื้อตายหรือติดเชื้อรุนแรง | Debridement และควบคุมการติดเชื้อ | อาจต้องทำหลายระยะก่อนสร้างผิวหนังใหม่ |
| สูญเสียผิวหนังมาก | Skin graft / flap | มีความเสี่ยงแผลหดรั้ง graft take ไม่สมบูรณ์ รูปทรงหรือความรู้สึกเปลี่ยน |
กรณีที่ยังไม่จำเป็นต้องผ่าตัดทันที
หากมีเพียงก้อนคงที่ ไม่มีปวด ไม่มีแผล ไม่มีหนอง ไม่มีสัญญาณติดเชื้อ และไม่กระทบการแข็งตัวหรือปัสสาวะ บางรายอาจยังไม่ต้องผ่าตัดทันที แต่ควรตรวจเพื่อประเมินชนิดและขอบเขตของปัญหา และมีแผนติดตาม ไม่ควรตีความว่า “ไม่มีอาการตอนนี้ = ปลอดภัยตลอดไป” เพราะภาวะแทรกซ้อนบางอย่างอาจเกิดช้าหลังการฉีด
แนวทางการรักษาแก้สารแปลกปลอม โดยวิธีการดูแลสุขภาพจิต
การดูแลสุขภาพจิตควรเป็นส่วนเสริมของการรักษาทางกายเมื่อผู้ป่วยมีความทุกข์ใจ ไม่จำเป็นต้องรอให้มีการวินิจฉัยโรคซึมเศร้าก่อนจึงจะขอความช่วยเหลือได้ การพูดคุยกับจิตแพทย์ นักจิตวิทยา หรือผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ด้านสุขภาพทางเพศ ช่วยประเมินความวิตกกังวล ความอับอาย body image ปัญหาความสัมพันธ์ และอารมณ์ซึมเศร้าได้
Psychotherapy เช่น CBT อาจเป็นหนึ่งในวิธีที่ใช้เมื่อเหมาะสม แต่รูปแบบการดูแลต้องเลือกตามปัญหาของแต่ละคน เช่น บางรายต้องการการปรับความคิดและการรับมือกับความเครียด บางรายต้องการ couple counselling หรือการรักษาภาวะซึมเศร้าตามมาตรฐานร่วมด้วย
สิ่งที่ไม่ควรทำเอง
- ไม่เจาะ บีบ หรือกรีดก้อนเพื่อพยายามเอาสารออกเอง
- ไม่ฉีดสารชนิดอื่นเพิ่มเพื่อ “แก้ทรง” หรือเจือจางสารเดิม
- ไม่ใช้ยาปฏิชีวนะหรือสเตียรอยด์เองต่อเนื่องโดยไม่ทราบสาเหตุของอาการ
- ไม่ฝืนมีเพศสัมพันธ์เมื่อมีแผล ปวดมาก หรือบวมแดง เพราะอาจทำให้เนื้อเยื่อบาดเจ็บเพิ่ม
- ไม่ปกปิดประวัติการฉีดจากแพทย์ เพราะชนิดสาร เวลาและตำแหน่งที่ฉีดมีผลต่อแผนรักษา

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย
“ไม่มีอาการหลายปี แปลว่าปลอดภัย”
ไม่เสมอไป ภาวะแทรกซ้อนบางชนิดมีรายงานว่าปรากฏช้าหลังการฉีดได้
“ฉีดน้อย แค่คว้านออกก็จบ”
ขอบเขตโรคจริงอาจไม่ตรงกับปริมาณที่จำได้ ต้องประเมินสภาพผิวหนังและการกระจายของพังผืด
“ผ่าตัดแล้วเอาออกได้ 100%”
ไม่ควรรับประกัน เพราะสารอาจแทรกอยู่ในเนื้อเยื่อและการตัดออกมากเกินไปอาจทำลายเนื้อเยื่อที่ยังดี
“ทุกคนจะเป็นซึมเศร้า”
ไม่จริง ความทุกข์ใจมีระดับต่างกัน และโรคซึมเศร้าต้องได้รับการประเมินตามเกณฑ์ทางคลินิก
สรุป
การฉีดสารแปลกปลอมเพื่อเพิ่มขนาดอวัยวะเพศอาจนำไปสู่ foreign-body reaction, ก้อนพังผืด การผิดรูป แผลติดเชื้อ และเนื้อตายในบางราย ขณะเดียวกันผลกระทบต่อรูปลักษณ์และการมีเพศสัมพันธ์อาจสร้างความทุกข์ใจอย่างมาก การดูแลที่เหมาะสมจึงต้องมองทั้งร่างกาย การใช้งาน และสุขภาพจิต ไม่ใช่แค่ “เอาสารออก” อย่างเดียว
หากเคยฉีดสารและเริ่มมีอาการ ไม่ควรแก้เองหรือรอจนแผลรุนแรง ควรนำข้อมูลที่จำได้เกี่ยวกับชนิดสาร ปริมาณ ช่วงเวลาที่ฉีด และอาการทั้งหมดไปให้แพทย์ประเมินเพื่อวางแผนรักษาที่เหมาะกับแต่ละคน
อ่านต่อ
ภาพรวมอันตราย สัญญาณเตือน และแนวทางประเมินในมุมแพทย์
ข้อมูลบริการแก้สารแปลกปลอมและการประเมินเฉพาะบุคคล
เอกสารอ้างอิงทางการแพทย์
1. Pang KH, et al. Complications and outcomes following injection of foreign material into the male external genitalia for augmentation: a single-centre experience and systematic review. Int J Impot Res. 2024. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/36859681/
2. Two-Stage Penile Reconstruction after Paraffin Injection: A Case Report and a Systematic Review of the Literature. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/37048687/
3. Department of Mental Health, Thailand — 1323 Mental Health Hotline. https://dmh.go.th/
คำถามที่พบบ่อย
เคยฉีดสารมาหลายปี แต่ตอนนี้ยังไม่เจ็บ ต้องเอาออกเลยไหม?
ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดทันทีทุกคน แต่ควรตรวจเพื่อดูว่ามีก้อน พังผืด หรือสารกระจายมากเพียงใด และวางแผนติดตามตามความเสี่ยงของแต่ละคน
ถ้าเป็นก้อนแข็ง สามารถบีบหรือนวดให้แตกได้ไหม?
ไม่ควร เพราะอาจทำให้เนื้อเยื่อช้ำ อักเสบ หรือเกิดแผลเพิ่ม และไม่สามารถกำจัดสารที่แทรกอยู่ในเนื้อเยื่อได้อย่างปลอดภัย
การผ่าตัดเอาสารออกทำให้อวัยวะเพศกลับเหมือนเดิม 100% ไหม?
ไม่ควรรับประกันผล 100% เพราะขึ้นกับขอบเขตพังผืด สภาพผิวหนัง การติดเชื้อ และการผ่าตัดที่เคยทำมาก่อน บางรายต้องใช้ skin graft หรือ flap และอาจต้องผ่าตัดหลายระยะ
ถ้าเครียดหรืออายมาก ต้องไปพบจิตแพทย์เลยไหม?
สามารถเริ่มจากการพูดคุยกับแพทย์ผู้ดูแลหรือผู้เชี่ยวชาญสุขภาพจิตได้ หากอาการเครียด นอนไม่หลับ หมดความสนใจ รู้สึกสิ้นหวัง หรือกระทบชีวิตประจำวัน ควรประเมินเพิ่มเติม และหากมีความคิดทำร้ายตัวเองให้ขอความช่วยเหลือทันที
ข้อมูลจากแพทย์เฉพาะทาง
บทความนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่สามารถแทนการตรวจ วินิจฉัย หรือวางแผนผ่าตัดจากแพทย์ได้ ผู้ที่เคยฉีดสารแปลกปลอมควรได้รับการประเมินจริง โดยเฉพาะเมื่อมีแผล ปวด บวม ผิดรูป การติดเชื้อ หรือปัญหาการแข็งตัวและการปัสสาวะ
หมอเบียร์ นพ.สืบพงษ์ เอ่งฉ้วน
แพทย์เฉพาะทางศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา (Urology) เลข ว. 29458
มีประวัติฉีดสารแปลกปลอมและเริ่มมีอาการ?
เตรียมข้อมูลชนิดสาร เวลาที่ฉีด อาการ และรูปถ่ายเดิมถ้ามี เพื่อช่วยให้แพทย์ประเมินขอบเขตปัญหาและวางแผนรักษาได้แม่นยำขึ้น


ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการเพิ่มความยาวอวัยวะเพศ: เรื่องไหนจริง เรื่องไหนควรหยุดเชื่อ
คำว่า “เพิ่มควา
โรคประจำตัวที่สัมพันธ์กับหย่อนสมรรถภาพทางเพศ สัญญาณที่ไม่ควรมองข้าม
หย่อนสมรรถภาพทา
เปรียบเทียบวิธีเพิ่มขนาดแบบธรรมชาติและการแพทย์: แบบไหนปลอดภัยกว่าในมุมแพทย์
คำถามว่า “เพิ่ม