กระเพาะปัสสาวะอักเสบ อันตรายที่ผู้หญิงและผู้ชายไม่ควรมองข้าม

กระเพาะปัสสาวะอักเสบ

กระเพาะปัสสาวะอักเสบ หรือที่เรียกกันในทางการแพทย์ว่า Cystitis คือโรคที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียในระบบทางเดินปัสสาวะ ซึ่งแม้จะพบได้บ่อยในผู้หญิง แต่ก็สามารถเกิดขึ้นกับผู้ชายได้เช่นกัน โดยเฉพาะในช่วงวัยกลางคนหรือผู้สูงอายุ ซึ่งอาการไม่ได้เพียงสร้างความไม่สบายตัว แต่หากปล่อยไว้โดยไม่รักษา อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง เช่น ไตอักเสบ หรือติดเชื้อในกระแสเลือดได้

บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักสาเหตุ ปัจจัยเสี่ยง อาการของโรค วิธีรักษา รวมถึงแนวทางป้องกันไม่ให้กระเพาะปัสสาวะอักเสบ มาเยือนคุณแบบไม่รู้ตัว

กระเพาะปัสสาวะ

ใครบ้างที่เสี่ยงเป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบ?

  • ผู้หญิง มีโอกาสเกิดสูงกว่าผู้ชาย เนื่องจากท่อปัสสาวะสั้นและอยู่ใกล้กับทวารหนัก เชื้อโรคจึงเข้าสู่กระเพาะปัสสาวะได้ง่าย
  • ผู้ชายสูงวัย (อายุ 50 ปีขึ้นไป) มักมีภาวะต่อมลูกหมากโต ซึ่งเป็นปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยง
  • เด็กและผู้สูงอายุ ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ทำให้เกิดการติดเชื้อได้ง่ายขึ้น

สำหรับผู้ชาย ถ้ามี ภาวะต่อมลูกหมากโต หรือมีปัญหาทางเดินปัสสาวะร่วม อาการ Cystitis อาจรุนแรงขึ้น — อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ การทำหมันชาย

อาการของกระเพาะปัสสาวะอักเสบ

อาการของกระเพาะปัสสาวะอักเสบ

  • ปัสสาวะบ่อย แสบขัด ปวดตอนปลายปัสสาวะ
  • ปัสสาวะไม่สุด มีกลิ่นเหม็น หรือมีเลือดปน
  • ปวดท้องน้อย เจ็บบริเวณอุ้งเชิงกราน
  • ในเด็กอาจมีไข้ ปัสสาวะราด หรืออาเจียน
  • หากมีไข้ หนาวสั่น ปวดหลัง อาจลุกลามถึงไต

“อาการ “แสบ ขัด” บ่อย ๆ อาจบ่งชี้ถึงการอักเสบของทางเดินปัสสาวะ ควรสังเกตและหาสาเหตุ เช่น การดูแลสุขอนามัยหรือภาวะอื่น ๆ อย่างเช่น หนังหุ้มปลายตีบ

สาเหตุของกระเพาะปัสสาวะอักเสบ

สาเหตุของกระเพาะปัสสาวะอักเสบ

  • การติดเชื้อแบคทีเรีย โดยเฉพาะ E. coli
  • การใช้สายสวนปัสสาวะเป็นเวลานาน
  • ผลข้างเคียงจากเคมีบำบัดหรือฉายแสง
  • การใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดบริเวณจุดซ่อนเร้นที่มีสารเคมีรุนแรง
  • การอักเสบจากโรคผิวหนังหรือโรคอื่นๆ เช่น ริดสีดวง , มะเร็งในระบบทางเดินปัสสาวะ

รักษาโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ

วิธีรักษาโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ

  • รับประทานยาปฏิชีวนะ เช่น กลุ่ม Quinolone หรือ Cephalosporin (ตามคำแนะนำแพทย์)
  • ดื่มน้ำให้มาก ช่วยล้างเชื้อโรคออกทางปัสสาวะ
  • หากเกิดบ่อย ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุแอบแฝง เช่น นิ่ว หรือโรคทางระบบประสาท

วิธีป้องกันกระเพาะปัสสาวะอักเสบ

วิธีป้องกันกระเพาะปัสสาวะอักเสบ

  • ดื่มน้ำวันละ 6–8 แก้ว
  • ปัสสาวะทุกครั้งหลังมีเพศสัมพันธ์
  • ทำความสะอาดจากด้านหน้าไปด้านหลังเสมอหลังขับถ่าย
  • หลีกเลี่ยงการสวนล้างช่องคลอด
  • สวมกางเกงในผ้าฝ้าย และเปลี่ยนทุกวัน
  • หลีกเลี่ยงการกลั้นปัสสาวะบ่อยๆ

การรักษาความสะอาดจุดซ่อนเร้น และการเลือกใส่เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี เป็นส่วนหนึ่งของการป้องกัน Cystitis — สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมด้านสุขภาพอวัยวะเพศ ชมบทความเกี่ยวกับ ขลิบในเด็ก / การดูแลหลังขลิบ

กระเพาะปัสสาวะอักเสบ

สรุป กระเพาะปัสสาวะอักเสบไม่ใช่เรื่องเล็ก

แม้โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบจะดูเหมือนโรคทั่วไป แต่หากละเลย อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงได้ ผู้หญิงและผู้ชายควรสังเกตอาการตัวเองเสมอ และหากพบความผิดปกติ ควรรีบพบแพทย์ทันที เพียงแค่หมั่นดูแลตัวเองให้ถูกวิธี เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน ดื่มน้ำเพียงพอ และใส่ใจความสะอาดในชีวิตประจำวัน คุณก็สามารถป้องกันโรคนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Q&A คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับกระเพาะปัสสาวะอักเสบไม่ควรมองข้าม

 

Q : Cystitis คืออะไร?
A : Cystitis หรือ กระเพาะปัสสาวะอักเสบ คือโรคที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียในระบบทางเดินปัสสาวะ แม้พบบ่อยในผู้หญิง แต่สามารถเกิดกับผู้ชายได้เช่นกัน โดยหากไม่รักษาอาจลุกลามเป็นไตอักเสบหรือติดเชื้อในเลือดได้

 

Q : ใครเสี่ยงเป็น Cystitis บ้าง?
A : ผู้หญิง เนื่องจากท่อปัสสาวะสั้นและอยู่ใกล้ทวารหนัก , ผู้ชายสูงวัย (อายุ 50 ปีขึ้นไป) ที่มีภาวะต่อมลูกหมากโต , เด็กและผู้สูงอายุที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ

 

Q : อาการของ Cystitis มีอะไรบ้าง?
A : มีอาการ ดังนี้

  • ปัสสาวะบ่อย แสบ ขัด ปวดตอนปลายปัสสาวะ
  • ปัสสาวะไม่สุด มีกลิ่นเหม็น หรือมีเลือดปน
  • ปวดท้องน้อย เจ็บบริเวณอุ้งเชิงกราน
  • เด็กอาจมีไข้ ปัสสาวะราด หรืออาเจียน
  • ถ้ามีไข้ หนาวสั่น ปวดหลัง อาการอาจลุกลามถึงไตได้

 

Q : สาเหตุของกระเพาะปัสสาวะอักเสบคืออะไร?
A : สาเหตุ คือ

  • การติดเชื้อจากแบคทีเรีย
  • การใช้สายสวนปัสสาวะเป็นเวลานาน
  • ผลข้างเคียงจากการทำเคมีบำบัดหรือการฉายแสง
  • การใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดจุดซ่อนเร้นที่มีสารเคมีรุนแรง
  • อักเสบจากโรคผิวหนังหรือโรคอื่น เช่น ริดสีดวง, มะเร็งในระบบทางเดินปัสสาวะ

 

Q :  วิธีรักษากระเพาะปัสสาวะอักเสบคืออะไร?
A : วิธีการรรักษา เช่น

  • รับประทานยาปฏิชีวนะ เช่น กลุ่ม Quinolone หรือ Cephalosporin ตามคำแนะนำของแพทย์
  • ดื่มน้ำให้มากเพื่อช่วยล้างเชื้อออกทางปัสสาวะ
  • ถ้าเกิดซ้ำหลายครั้ง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุแอบแฝง เช่น นิ่ว หรือภาวะทางระบบประสาท

 

คลิกที่นี่ ปรึกษากระเพาะปัสสาวะอักเสบ กับ หมอเบียร์ 

นพ.สืบพงษ์ เอ่งฉ้วน แพทย์เฉพาะทางศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา (Urology) เลข ว.29458

author avatar
MD. Suebphong Angchoun

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *