การฉีดพาราฟิน ซิลิโคนเหลว น้ำมัน หรือสารไม่ทราบชนิดเข้าอวัยวะเพศอาจทำให้เกิดก้อนแข็ง พังผืด การอักเสบ แผลเรื้อรัง ผิดรูป และการติดเชื้อได้ การรักษาไม่ใช่การ “ขูดออกให้หมด” แบบเดียวสำหรับทุกคน แต่ต้องประเมินชนิดสาร ขอบเขตเนื้อเยื่อผิดปกติ สภาพผิวหนัง และการใช้งานก่อนเลือกวิธีผ่าตัดหรือ reconstruction ที่เหมาะสม
ถ้าเคยฉีดสารแปลกปลอม ควรทำอย่างไร?
อย่าฉีดเพิ่ม อย่ากรีดหรือบีบเอาสารออกเอง หากมีก้อนแข็ง ปวด บวม แดง แผล หนอง กลิ่นผิดปกติ ผิวคล้ำ หรือรูปร่าง/การแข็งตัวเปลี่ยน ควรพบแพทย์เพื่อประเมินโดยเร็ว การรักษาอาจตั้งแต่ local excision และเย็บปิด ไปจนถึง wide excision ร่วมกับ skin graft หรือ scrotal flap ขึ้นกับขอบเขตโรค ไม่ใช่ปริมาณสารที่จำได้เพียงอย่างเดียว
ไม่ใช่ทุกก้อนต้องผ่าตัดแบบเดียวกัน
ก้อนจำกัดและผิวหนังยังดีอาจใช้การตัดเฉพาะบริเวณ ขณะที่รอยโรคกว้าง แผลเรื้อรัง หรือผิวเสียมากอาจต้อง reconstruction
เอาออก “หมด 100%” อาจทำไม่ได้หรือไม่เหมาะ
บางรายสารและพังผืดแทรกเข้าเนื้อเยื่อลึก การพยายามตัดมากเกินไปอาจเพิ่มความเสียหาย จึงต้องสมดุลระหว่างการเอาเนื้อเยื่อผิดปกติออกกับการรักษาโครงสร้างที่ยังดี
อาการฉุกเฉินต้องมาก่อนเรื่องรูปร่าง
ไข้ หนอง ปวดบวมมาก ผิวคล้ำ เนื้อตาย เลือดออก หรือปัสสาวะผิดปกติควรได้รับการประเมินเร็ว
ผลลัพธ์ต่างกันในแต่ละราย
ไม่ควรรับประกันว่ากลับมาเหมือนเดิม 100% เพราะขึ้นกับความเสียหายเดิม การติดเชื้อ คุณภาพผิว และเทคนิค reconstruction
บทความนี้ตอบคำถามอะไร?
- สารแปลกปลอมชนิดใดที่พบบ่อย และทำไมจึงเกิดก้อน/พังผืด?
- อาการแบบไหนควรพบแพทย์เร็ว?
- partial excision, wide excision, skin graft และ scrotal flap ต่างกันอย่างไร?
- กรณีใดยังไม่จำเป็นต้องผ่าตัดทันที?
- หลังผ่าตัดควรคาดหวังอะไร และสิ่งใดไม่ควรทำเอง?
สารบัญ

สารแปลกปลอมที่ถูกฉีด: อันตรายที่ซ่อนอยู่
สารที่พบจากประวัติผู้ป่วยมีตั้งแต่ พาราฟิน ซิลิโคนเหลว น้ำมันแร่ วาสลีน น้ำมันพืช หรือสารไม่ทราบชนิด เมื่อเข้าสู่เนื้อเยื่อ ร่างกายอาจเกิด foreign-body reaction และเกิดก้อนพังผืดหรือ sclerosing lipogranuloma ได้ อาการอาจเกิดเร็วหรือช้าหลายปีหลังฉีด
ภาวะแทรกซ้อนที่มีรายงาน ได้แก่ ปวด/บวม แผลหรือ fistula ความผิดรูป ผิวหนังเสียหาย การติดเชื้อ lymphoedema และในรายรุนแรงอาจมีเนื้อตาย การรักษาจึงต้องดูอาการและขอบเขตจริง ไม่ควรสรุปว่า “สารทุกชนิดจะละลายเอง” หรือ “ฉีดมานานแล้วไม่มีอาการจึงปลอดภัยแน่นอน”

อาการเตือนว่าน้องชายกำลังมีปัญหาจากสารแปลกปลอม
- บวมผิดปกติ จับได้ก้อนแข็ง หรือผิวตึงมากขึ้น
- ปวด แสบ แดง ร้อน หรือสีผิวคล้ำลง
- มีแผลเรื้อรัง น้ำเหลือง หนอง หรือกลิ่นผิดปกติ
- รูปทรงเปลี่ยน ผิวติดรั้ง แข็งตัวแล้วเจ็บหรือผิดรูป
- มีอาการชา ความรู้สึกลดลง หรือมีปัญหาระหว่างเพศสัมพันธ์
- ก้อน/บวมลามไปโคนอวัยวะเพศ หัวหน่าว หรือถุงอัณฑะ

แพทย์ประเมินอะไรก่อนวางแผนแก้ไข?
การถามว่า “ฉีดมาเยอะแค่ไหน” เพียงอย่างเดียวไม่พอ เพราะสารอาจกระจายไม่ตรงกับปริมาณที่จำได้ แพทย์มักประเมินร่วมกันหลายด้าน ได้แก่
1. ชนิดและเวลาที่ฉีด
สารอะไร ฉีดเมื่อไร ฉีดกี่ครั้ง และเคยมีการกรีด/ผ่าตัดแก้มาก่อนหรือไม่
2. ขอบเขตก้อนและพังผืด
จำกัดเฉพาะผิวหนังหรือกระจายไปโคน หัวหน่าว ถุงอัณฑะ และมีแผล/การติดเชื้อร่วมไหม
3. การใช้งาน
การแข็งตัว ความเจ็บ รูปทรง ความรู้สึก การปัสสาวะ และผลต่อเพศสัมพันธ์
บางรายอาจต้องตรวจเพิ่มเติมตามอาการ เช่น ห้องปฏิบัติการ การประเมินการติดเชื้อ หรือ imaging หากสงสัยรอยโรคลึก/ซับซ้อน การเลือกวิธีผ่าตัดจึงเป็นรายบุคคล

วิธีการแก้ไขสารแปลกปลอมด้วยการผ่าตัด
วรรณกรรมทางการแพทย์รายงานหลายเทคนิค ไม่มีวิธีเดียวที่เหมาะกับทุกคน ตัวเลือกตั้งแต่การตัดก้อนเฉพาะที่และเย็บปิด ไปจนถึงการตัดผิวหนังที่เสียหายกว้างและสร้างผิวใหม่ด้วย graft หรือ flap
| แนวทาง | มักพิจารณาเมื่อ | ข้อจำกัด/ความเสี่ยง |
|---|---|---|
| Local / partial excision + primary closure | รอยโรคจำกัด ผิวหนังข้างเคียงยังพอเย็บปิดได้ | อาจมีสารหรือพังผืดคงเหลือ และอาจต้องผ่าตัดเพิ่มหากโรคกว้างกว่าที่คาด |
| Wide / complete excision | รอยโรคกว้าง ผิวหนังเสียหายหรือมีพังผืดมาก | เกิดแผลใหญ่ จึงอาจต้อง reconstruction ด้วย graft/flap |
| Skin graft | มี defect ของผิวหนังหลังตัดเนื้อเยื่อผิดปกติ | มีความเสี่ยง graft take ไม่ดี แผลเป็น ความต่างของสี/ผิว และการหดรั้ง |
| Scrotal flap | ต้องการใช้ผิวหนังที่มีเลือดมาเลี้ยงดีและยืดหยุ่นเพื่อ resurfacing | อาจมีขน ลักษณะผิวต่างจาก penile skin และบางเทคนิคต้องทำเป็นระยะ |
| Staged reconstruction | เคสซับซ้อน แผลกว้าง หรือคุณภาพเนื้อเยื่อไม่เหมาะต่อการจบในครั้งเดียว | ต้องผ่าตัดมากกว่าหนึ่งครั้งและใช้เวลาฟื้นตัวนานขึ้น |

การปลูกถ่ายผิวหนังหลังผ่าตัด: เลือกอย่างไร?
หากจำเป็นต้องตัดผิวหนังที่เสียหายออกกว้าง แพทย์อาจใช้ split-thickness/full-thickness skin graft หรือ scrotal flap เพื่อปิด defect แต่ไม่ควรสรุปว่าวิธีใด “ดีที่สุด” ในทุกเคส
Skin graft
สามารถนำผิวหนังจากตำแหน่งที่เหมาะสมมาปิดแผลได้ เหมาะในบาง defect แต่ต้องเฝ้าระวังการติดของ graft การหดรั้ง สี/ผิวต่าง และแผลบริเวณ donor site
Scrotal flap
ผิวถุงอัณฑะมีเลือดมาเลี้ยงและความยืดหยุ่นดี จึงใช้ใน penile resurfacing ได้หลายเทคนิค แต่มีข้อจำกัดเรื่องขน ลักษณะผิว และบางวิธีอาจต้องผ่าตัดหลายระยะ
กรณีที่ยังไม่จำเป็นต้องผ่าตัดทันที
การเคยฉีดสารแปลกปลอมไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องผ่าตัด “วันนี้” หากไม่มีภาวะฉุกเฉิน แพทย์อาจประเมินและวางแผนก่อน โดยเฉพาะเมื่อ
- ยังไม่มีแผล หนอง เนื้อตาย หรือปัญหาปัสสาวะ
- ก้อนคงที่ ไม่เจ็บ และไม่รบกวนการแข็งตัว/เพศสัมพันธ์อย่างชัดเจน
- ยังไม่ทราบชนิดสารหรือขอบเขตรอยโรค ต้องประเมินเพิ่มเติมก่อน
- มีโรคประจำตัวหรือยาที่ต้องปรับแผนก่อนผ่าตัด
- มีการติดเชื้อที่ต้องควบคุมก่อน definitive reconstruction ตามดุลยพินิจแพทย์
อย่างไรก็ตาม “ยังไม่ผ่าตัดทันที” ไม่เท่ากับ “ปล่อยได้ตลอด” ควรมีแผนติดตาม โดยเฉพาะถ้าเริ่มมีอาการเปลี่ยนแปลง
สิ่งที่ไม่ควรทำเอง
- อย่ากรีด บีบ เจาะ หรือขูดก้อนเพื่อเอาสารออกเอง
- อย่าฉีดสารเพิ่มเพื่อเติมให้เรียบหรือแก้รูปทรง
- อย่าซื้อยาปฏิชีวนะหรือยาชุดมากินเองเพื่อกลบอาการ
- อย่าหยุดยาประจำ ยาต้านเกล็ดเลือด หรือยาต้านการแข็งตัวของเลือดเองก่อนผ่าตัด
- อย่าตัดสินวิธีผ่าตัดจากรีวิวภาพก่อน-หลังเพียงอย่างเดียว

การดูแลหลังผ่าตัด
การดูแลขึ้นกับขนาดแผลและวิธี reconstruction ผู้ที่เย็บปิดโดยตรงอาจมีแผนต่างจากผู้ที่ใช้ graft หรือ flap จึงควรยึดคำสั่งของทีมผ่าตัดเป็นหลัก โดยทั่วไปควรรักษาแผลให้สะอาด รับประทานยาตามสั่ง ลดแรงเสียดสี/กิจกรรมที่กระทบแผล และมาตามนัด
ไม่ควรกำหนดเองว่าทุกคนกลับไปทำงาน ออกกำลังกาย หรือมีเพศสัมพันธ์ได้ในจำนวนวันเดียวกัน เพราะขึ้นกับแผล การหายของเนื้อเยื่อ และภาวะแทรกซ้อน

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย
| ความเข้าใจผิด | ข้อเท็จจริง |
|---|---|
| สารอยู่มานานแล้วไม่เจ็บ แปลว่าปลอดภัย | บางภาวะแทรกซ้อนเกิดช้าได้ ควรประเมินหากมีก้อนหรือการเปลี่ยนแปลง |
| ขูดออกให้หมดคือดีที่สุด | ต้องสมดุลการเอาเนื้อเยื่อผิดปกติออกกับการรักษาโครงสร้างที่ยังดี และบางรายต้อง reconstruction |
| ฉีดน้อยใช้ partial ฉีดมากต้องตัดผิวทั้งหมด | ขอบเขตรอยโรคจริงและคุณภาพเนื้อเยื่อสำคัญกว่าปริมาณที่จำได้ |
| ใช้ skin graft แล้วจะเหมือนเดิม 100% | อาจมีรอยแผล ความต่างของสี/ผิว การหดรั้ง หรือจำเป็นต้องแก้เพิ่มเติม |
| ถ้าอยากเพิ่มขนาดให้ฉีดสารชนิดอื่นทับได้ | ไม่ควรฉีดสารเพิ่มในบริเวณที่มี foreign-body reaction โดยไม่มีการประเมินจากแพทย์ |
สรุป
การแก้สารแปลกปลอมในอวัยวะเพศไม่ใช่การทำตามสูตรเดียว แต่เป็นการประเมิน ชนิดสาร ก้อน พังผืด แผล การติดเชื้อ ขอบเขตผิวหนังเสียหาย และการใช้งาน แล้วเลือกวิธีตั้งแต่ local excision ไปจนถึง skin graft หรือ scrotal flap ตามความเหมาะสม
หากมีอาการปวด บวม แผล หนอง ผิวคล้ำ หรือรูปร่าง/การแข็งตัวเปลี่ยน ควรพบแพทย์เพื่อประเมิน ไม่ควรกรีด บีบ ขูด หรือฉีดเพิ่มเอง และไม่ควรเชื่อคำรับประกันว่าจะเอาออกหมดหรือกลับมาเหมือนเดิม 100%
บทความที่เกี่ยวข้อง
Hub สำหรับทำความเข้าใจอาการเตือน ความเสี่ยง และการประเมินโดยแพทย์
ข้อมูลบริการสำหรับผู้ที่ต้องการประเมินและวางแผนรักษาเฉพาะราย
ประวัติแพทย์ผู้เขียนและทบทวนเนื้อหาสุขภาพเพศชาย
แหล่งอ้างอิงทางการแพทย์
1. Complications and outcomes following injection of foreign material into the male external genitalia for augmentation: a single-centre experience and systematic review. https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC11251987/
2. Two-Stage Penile Reconstruction after Paraffin Injection: A Case Report and a Systematic Review of the Literature. https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC10095333/
3. Penile Paraffinoma. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/30007541/
4. Bilateral scrotal flaps: a skin restoration for penile paraffinoma. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/16623006/
คำถามที่พบบ่อย
เคยฉีดสารแปลกปลอมแต่ยังไม่เจ็บ ต้องผ่าตัดเลยไหม?
ไม่ใช่ทุกคนต้องผ่าตัดทันที แต่ควรประเมินชนิดสาร ขอบเขตก้อน พังผืด สภาพผิวหนัง และการใช้งาน เพื่อวางแผนติดตามหรือรักษาอย่างเหมาะสม
สารแปลกปลอมเอาออกหมดได้ไหม?
บางรายสามารถตัดเนื้อเยื่อผิดปกติออกได้มาก แต่ในรอยโรคที่แทรกลึกหรือกว้าง การพยายามเอาออกหมดอาจเพิ่มความเสียหาย จึงต้องวางแผนตามโครงสร้างที่เกี่ยวข้อง
partial excision กับ wide excision ต่างกันอย่างไร?
partial/local excision เหมาะกับรอยโรคจำกัดที่ยังเย็บปิดได้ ส่วน wide excision ใช้เมื่อผิวหนังและพังผืดเสียหายกว้างกว่า และอาจต้องใช้ graft หรือ flap ปิดแผล
ทุกคนต้องใช้ skin graft หรือ scrotal flap ไหม?
ไม่ ก้อนจำกัดบางรายเย็บปิดได้โดยตรง ส่วนรอยโรคกว้างอาจต้องใช้ graft หรือ flap ตามขนาด defect และคุณภาพเนื้อเยื่อ
หลังผ่าตัดจะกลับมาเหมือนเดิม 100% ไหม?
ไม่ควรรับประกันเป็นเปอร์เซ็นต์ ผลขึ้นกับความเสียหายเดิม ขนาดแผล การหายของแผล เทคนิค reconstruction และภาวะแทรกซ้อน
ถ้ามีหนองหรือผิวคล้ำควรรอดูเองได้ไหม?
ไม่ควรรอ หากมีหนอง ไข้ ปวดบวมมาก ผิวคล้ำ/ดำ หรือปัสสาวะผิดปกติ ควรพบแพทย์เร็วเพื่อประเมินการติดเชื้อและเนื้อเยื่อ
ข้อมูลทางการแพทย์
หมอเบียร์ นพ.สืบพงษ์ เอ่งฉ้วน
แพทย์เฉพาะทางศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา (Urology) เลข ว. 29458
ต้องการประเมินสารแปลกปลอมแบบเฉพาะราย?
แพทย์สามารถประเมินชนิดสารที่เคยฉีด ก้อน พังผืด แผล การติดเชื้อ และคุณภาพผิวหนัง เพื่ออธิบายว่าเคสของคุณควรติดตาม ตัดออก เย็บปิด หรือวางแผน reconstruction แบบใด


ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเพิ่มความยาวอวัยวะเพศ
ทำไมเรื่องการเพ
โรคประจำตัวที่สัมพันธ์กับหย่อนสมรรถภาพทางเพศ
ปัญหาส่วนใหญ่ที
วิธีเพิ่มขนาดแบบธรรมชาติและการแพทย์ แบบไหนปลอดภัยกว่า
ทำไมผู้ชายถึงสน